ไวรัส ไวรัล “Viral Video Marketing”

27 March 2020

“ทำเนียบป่วน! ลุยพ่นฆ่าเชื้อ”

“พรีเมียร์ลีก’ จ่องดฟาดแข้งยาวหลบโควิด-19”

“ทหาร-ตำรวจ ระดมฉีดสารสกัด โควิด-19”

“ฟ้าทะลายโจร’ ต้านไวรัส”

“ปัดเป่าภัยโรคระบาดเปิดบทสวด ‘รัตนสูตร’ พระพุทธเจ้า”

พาดหัวที่พบได้ทั่วไปประจำวันที่ 19 มีนาคม 2563 เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งประเทศ สื่อออนไลน์ ออฟไลน์ โซเชียลมีเดีย พากันพูดถึง โควิด-19 เป็นเรื่องหลักอย่างพร้อมเพรียง

ความจริงผมตั้งใจจะลงบทความ “การทำไวรัลมีเดียให้ประสบความสำเร็จ – Spread like a virus” ที่เขียนสรุปใจความสำคัญที่น่าสนใจจากหนังสือต่างประเทศเล่มหนึ่งไว้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แต่เปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้ายหลังจากได้อ่านพาดหัวของสื่อข้างบน

ไวรัลมีเดีย (Viral Media) ชื่อนี้มาจากการรวมกันของ 2 คำ คือ “Virus-ไวรัส” ที่เป็นเหตุให้เกิดโรคระบาดแพร่กระจายอยู่ตอนนี้ และคำว่า “Oral-ออรัล” คือปาก เพื่อสื่อให้เห็นพฤติกรรมการบอกต่อแบบปากต่อปาก รวมกันเป็น “Viral-ไวรัล” คือรูปแบบของสื่อที่แพร่กระจายจากคนหนึ่งต่อให้คนอื่นในหลักสิบหรือเป็นร้อย นิยมใช้ในการโฆษณาสินค้าต่างๆ โดยใช้กระแสของผู้คนใน Social Media มาเป็นตัวกระตุ้นให้สังคมอยากรู้ว่าสินค้านั้นคืออะไร และทำให้ผู้คนพูดถึงกันไปแบบปากต่อปาก

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ ทำให้นึกถึง Viral Video Marketing ที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทางสื่อออนไลน์เมื่อหลายปีก่อน ใช้งบประมาณน้อยเมื่อเทียบกับการทำโฆษณาทางโทรทัศน์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วยการบอกต่อส่งต่อแบบคนต่อคน โดยการสร้าง “ความรู้สึกร่วม” ให้คนดูซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าวิดีโอของเราจะประสบความสำเร็จแค่ไหน พูดไปก็ยากที่จะเห็นภาพ เราลองมาดูตัวอย่างวิธีสร้างความรู้สึกร่วมให้มหาชนกันดีกว่า



Content image



อารมณ์ล้วนๆ

ไวรัลวิดีโอจะใช้ความรู้สึกเป็นสะพานในการส่งต่อจากคนสู่คน มันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ตื่นเต้น รัก เศร้า โกรธ ประเด็นคือ เมื่อมีอะไรสักอย่างเข้ามากระทบถึงอารมณ์คนดูได้ ที่เราเรียกว่าดูแล้ว “อิน” หน่ะ เราจะอยากบอกต่อ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากจะบอกเล่าความรู้สึกของตัวเอง ให้ใครสักคนรับรู้อยู่เสมอ ลองคิดดูสิเราคงไม่แชร์อะไรไปให้เพื่อนถ้าเราไม่รู้สึกอะไรเลยกับสิ่งนั้น สรุปตรงนี้ได้เลยว่าต้องทำให้คนเกิดความรู้สึกร่วม




ตัวอย่าง Gopro ที่สะกดอารมณ์ผู้คนด้วยยอดวิวกว่า 42 ล้านครั้ง จากภาพเหตุการณ์จริงที่ถ่ายด้วยกล้อง Gopro ที่ติดอยู่บนตัวเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เห็นการช่วยชีวิตลูกแมวตัวน้อยจากบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้ อยากบอกว่านี่คือหนึ่งในวิดีโอเพื่อการตลาดที่ชอบมาก วิดีโอทำหน้าที่ของมันแบบเรียบง่าย ตรงประเด็น ปล่อยให้เหตุการณ์ดึงอารมณ์คนดูแบบเนียนๆ และไม่ลืมที่จะปักฉึกในตอนจบด้วย “Brand’s key character” เพื่อตอกยํ้าในเวลาที่คนดูกำลังสุขใจที่หนึ่งชีวิตน้อยๆได้รับการช่วยเหลือ ใช่แล้ว “be a hero” ใครๆ ก็รู้ว่านี่คือวิดีโอเพื่อการตลาด แต่เชื่อว่าคนหลายล้านต้องเสียนํ้าตาให้มัน


จุดความฝัน สร้างแรงบัลดาลใจ

ทุกคนมีความฝัน หน้าที่หนึ่งของ Viral Video Marketing คือ ถ่ายทอดตัวตน สะท้อนบุคลิกภาพ ทำให้เกิดภาพจำของคนหมู่มากต่อแบรนด์ “Brand Concept” ดังตัวอย่างของไนกี้ “Just do it.” ที่มี Brand Perception ที่แข็งแรงมากจากการสื่อสารด้วยมีเดียมาอย่างยาวนาน เพื่อที่จะเป็นผู้สร้างแรงบัลดาลใจ ทำให้คนเชื่อมั่นในการทำฝันให้เป็นความจริง ถ้ายังนึกภาพไม่ออกว่ามันจุดประกายความฝันในใจคนทั่วโลกยังไง ลองดู Dream Further | Nike อันนี้ดู




จงเปลี่ยนโลก แต่อย่าเปลี่ยนความฝัน : Dream Further | Nike



อารมณ์ขัน

ไม่จำเป็นต้องเป็นยักษ์ใหญ่เท่านั้นถึงจะทำ ไวรัลวิดีมาร์เก็ตติ้งได้ นี่คือตัวอย่างของธุรกิจท้องถิ่น ที่เลือกใช้สื่อเพื่อการตลาดได้อย่างชาญฉลาด ในบริบทแบบไทยๆ อารมณ์ขันเป็นสิ่งที่ถูกใช้และมันได้ผลบ่อยๆ ปรากฏการณ์สองล้านวิวในสองวันพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าเราคิดและวางแผนงานได้ดี ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้




ปิดท้ายตรงนี้นิดนึง เราสามารถเอาการตลาดแบบปากต่อปากหรือใช้ดีบอกต่อ ไปปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ และไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบวิดีโอเท่านั้น ความจริงมีตัวอย่างดีๆ อีกหลายอันที่เราสามารถเอามาเป็นกรณีศึกษาได้ (ทั้งปังและแป๊ก) ไว้จะรวบรวมมาให้ดูกันในโอกาสต่อไปครับ


อย่าทำวิดีโอที่คนจ่ายเงินชอบ
แต่ทำวิดีโอที่คนดูแล้วอยากแชร์


Sirichai Prakitwinitphan
Sirichai Prakitwinitphan

Strategist และ Creative Director ของ Websitecafe

Facebook

© Websitecafe. All rights reserved.